Press "Enter" to skip to content

BEOGAMING : 5 เรื่องราวที่เกี่ยวกับหงส์แดง คุณอาจยังไม่รู้

BEOGAMING

38 เกม ชนะ 30 เสมอ 7 แพ้ 1 ครั้ง ยิงได้ 89 ประตู เสีย 22 ประตู ทำคะแนนได้ 97 แต้ม มองภาพรวมควรจะได้แชมป์พรีเมียลีกฤดูกาล 2018- 2019

BEOGAMING : แต่เหตุการณ์นี้ไม่เกิดขึ้นกับ “Liverpool” ยอดทีมที่มีประวัติศาสตร์ลูกหนังมายาวนาน และนี่ก็ 30 ปีเข้าไปแล้วที่ Liverpool ยังไม่เคยคว้าแชมป์ลีกนับตั้งแต่เปลี่ยนจากดิวิชั่น 1 มาเป็นพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2018-2019 เป็นแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่คว้าแชมป์ด้วยคะแนน 98 แต้ม ซึ่งมากกว่า Liverpool แค่ 1 คะแนนเท่านั้น ที่แม้จะอยู่ในแวดวงธุรกิจแต่ก็ไม่ละเลยเรื่องการกีฬาที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจเช่นกัน โดยเฉพาะยอดทีมอย่าง Liverpool มีอะไรให้พูดถึงเยอะมาก BEO285

BEOGAMING : ซึ่งความยิ่งใหญ่ของ Liverpool นิตยสาร Forbes ยังจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 ทีมฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ไม่นับรวมประวัติศาสตร์และการก่อตั้งที่กว่าจะมีวันนี้ได้ไม่ใช่การเดินทางที่จะมาถึงง่าย ๆ แฟน Liverpool ทั้งโลกต่างคุ้นเคยดีกับ “you”ll never walk alone” ที่ไม่ใช่แค่เพลงประจำสโมสรแต่ยังเป็นคำคมและแรงบันดาลใจให้รู้เสมอว่า “คุณไม่เคยเดินเดียวดาย” และนี่คือ 10 เรื่องจริงที่คนเป็นแฟนหงส์แดงควรรู้

1.สโมสรที่ก่อตั้งมานานกว่า 129 ปี

ลิเวอร์พูลตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ปี ค.ศ.1892 ผู้ก่อตั้งคือ John Houlding นักธุรกิจของเมืองลิเวอร์พูล และว่าที่นายกเทศมนตรีเมืองลิเวอร์พูล เขาเริ่มจากการเช่าพื้นที่บริเวณถนนแอนฟิลด์ของเมืองลิเวอร์พูลเพื่อสร้างสนามฟุตบอล และได้ปล่อยให้ทางสโมสรเอฟเวอร์ตันเช่าในปี ค.ศ. 1884

จนกระทั่งเอฟเวอร์ตันเข้าเป็นสมาชิกฟุตบอลลีก และไม่ต่อสัญญาเช่าอีกในปี ค.ศ. 1892 เนื่องจากเขาต้องการขึ้นค่าเช่าสนามจาก 100 ปอนด์ เป็น 250 ปอนด์ต่อปี และพยายามจะเข้าบริหารงาน ของสโมสร ทางเอฟเวอตันจึงตัดสินใจย้ายไปใช้สนามอีกฝากของสวนสาธารณะสแตนลี่ย์พาร์ค และใช้ชื่อสนามว่า กูดิสัน พาร์ค มาจนถึงทุกวันนี้ และเมื่อสนามไม่ได้ใช้ประโยชน์ John Houlding จึงจัดตั้งทีมฟุตบอลของเขาขึ้นมาเองโดยให้เพื่อนสนิทอย่าง John McKenna มาเป็นประธานสโมสรและตั้งชื่อทีมว่าลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับปัจจุบันสโมสรแห่งนี้มีอายุยาวนานถึง 12 ปี

2.ทำไม แมนยู กับ ลิเวอร์พูล ถึงไม่ชอบหน้ากัน

เรียกว่าบางทีก็เกลียดแบบไม่มีสาเหตุแค่บอกว่าเชียร์หงส์แดงก็ต้องเกลียดแมนยู ทั้งที่ในความจริงสองสโมรสรยักษ์ใหญ่นี้ก็ไม่ได้เกลียดขี้หน้าอะไรกันเท่ากับบรรดากองเชียร์หรือบางทีอาจจะแค่กองเชียร์คนไทยที่คิดเรื่องนี้กันไปเอง แต่ลองมองดูประวัติศาสตร์ก็อาจมีผลเพราะเมื่อกว่า 120 ปีก่อนตอนที่ยังไม่มีทีมฟุตบอลเกิดขึ้น เมืองแมนเชสเตอร์คือเมืองอุตสาหกรรมในขณะที่ลิเวอร์พูลคือเมืองท่า สองเมืองนี้พึ่งพากันดีเพราะแมนเชสเตอร์ไม่มีจุดขนส่งสินค้าออกทางทะเล แต่ในยุค 1870 เศรษฐกิจตกต่ำแมนเชสเตอร์รู้สึกว่าทางเมืองลิเวอร์พูล เก็บค่าผ่านทางทั้งเรือและรถไฟสูงเกินไป คนแมนเชสเตอร์เลยสร้างท่าเรือของตัวเองและเปิดทำการเมื่อปี 1894 การขุดคลองดังกล่าวทำให้เมืองลิเวอร์พูลขายรายได้มหาศาลมีคนตกงาน และอาจเป็นความแค้นระหว่างกันตั้งแต่อดีตกาล แต่ในความจริงเรื่องนี้ก็อาจจะแค่เรื่องเล่าเหตุผลที่แท้จริงน่าจะเกิดจากการขับเคี่ยวกันในทางฟุตบอลโดยทั้งสโมสรแมนเชสเตอร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ครองแชมป์พรีเมียร์ลีกมากที่สุดในขณะที่ลิเวอร์พูลเองก็ครองแชมป์ดิวิชั่นหนึ่ง (ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นพรีเมียร์ลีก) ได้มากสุดเช่นกัน และยังไม่นับรวมการแย่งกันเป็นแชมป์ในถ้วยสโมสรยุโรปอย่างยูโรเปี้ยนคัพก่อนที่จะมาเปลี่ยนเป็นยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกในปัจจุบัน

3.ยุคทองของลิเวอร์พูล

ยุคที่รุ่งเรื่องที่สุดของสโมสรคือช่วงระหว่างปี 1970-1980 ช่วงยุคของ ผจก.ทีมที่ชื่อ บิลล์ แชงคลี และ บอบ เพลสลีย์ ทั้งสองเป็นผู้ที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 11 สมัย และยังสร้างความเกรียงไกรให้กับทีมด้วยการนำทัพนักเตะในยุคนั้นเก็บถ้วยรางวัลรายการยูโรเปียนมากถึง 7 ใบ และนั่นก็คือยุคที่เฟื่องฟูที่สุดของสโมสรจากเมอร์ซีย์ไซด์ ในภาคการปกครองตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ

4.รูปปั้นหน้าสนามแอนฟิลด์คือ บิลล์ แชงค์ลี่

ในช่วงศตวรรษที่ 20-50 ลิเวอร์พูลไม่ใช่ทีมที่ยิ่งใหญ่อย่างที่คาดไว้ เพราะทีมยังต้องขึ้นๆ ลงๆ อยู่เป็นประจำระหว่างดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 จนในปีค.ศ. 1954 ลิเวอร์พูลต้องลงไปเล่นอยู่ในดิวิชั่น 2 นานกว่าปกติและก็ยังไม่มีผู้จัดการคนไหนสามารถพาทีมกลับขึ้นมาสู่ดิวิชั่น 1 ได้สักที จน บิลล์ แชงค์ลี่ย์ เข้ามาคุมทีมได้เพียง 2 ฤดูกาล เขาก็พาทีมขึ้นมาสู่ดิวิชั่น 1 ในฐานะแชมป์ของดิวิชั่น 2 ได้สำเร็จในปี ค.ศ. 1962 ซึ่งแชงค์ลี่ย์มีปรัชญาการคุมทีมอย่างง่ายๆ คือ ฟุตบอลแบบพื้นๆ แต่เน้นการส่ง และรับบอล อย่างแม่นยำ เล่นกันเป็นทีมมากกว่า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของทีมลิเวอร์พูลมาถึงปัจจุบัน ซึ่งบิลล์ แชงค์ลี่ ประกาศวางมือคุมทีมในปี ค.ศ. 1974 รวมระยะเวลาในการคุมทีมลิเวอร์พูลทั้งสิ้น 14 ปี ก่อนที่บ็อบ เพลสลีย์จะรับตำแหน่งผู้จัดการทีมต่อหลังจากนั้น 7 ปี บิลล์ แชงค์ลี่ก็เสียชีวิตลงในวัย 68 ปี

5.ลิเวอร์พูลเคยเดินทางมาแข่งฟุตบอลที่เมืองไทย 6 ครั้ง

ลิเวอร์พูล เคยเดินมาแข่งขันในประเทศไทยแล้วทั้งหมด 6 ครั้ง โดยเป็นการแข่งขันนัดพิเศษกับทีมชาติไทย ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1983 โดยลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 3-0, ครั้งที่สองเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2001 ลิเวอร์พูลเอาชนะไปได้ 3-1, ครั้งที่สามเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2003 ลิเวอร์พูลเอาชนะไปได้ 3-1, ครั้งที่สี่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2009 โดยครั้งนี้เสมอกันไป 1-1, ครั้งที่ห้าเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2013 ลิเวอร์พูลเอาชนะไปได้ 3-0 และครั้งสุดท้ายนับเป็นครั้งที่ 6 ในวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยครั้งนี้เป็นการแข่งขัดกับทรูออลสตาร์ ซึ่งเป็นการรวมผู้เล่นเด่น ๆ ในไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งลิเวอร์พูลเอาชนะไปได้ 4-0 สรุปสถิติทั้งหมด ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายเอาชนะไทยไปได้ทั้งหมด 5 นัด และเสมอ 1 นัด โดยยังไม่เคยแพ้เลย

อ้างอิงข้อมูลจาก : BEOGAMING

นำเสนอข่าวโดย : BEO285